ความรู้ทั่วไป

ความรู้ทั่วไป (10)

 

การสอบสัมภาษณ์

 

          ผู้ที่สอบผ่านข้อเขียน 2 รายวิชาแล้วและเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ตามมาตรา 28 พรบ.วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. 2556 ซึ่งมี 2 กลุ่มคือกลุ่มที่ปฏิบัติงานก่อนวันที่ 6 มิถุนายน 2556 และกลุ่มที่ปฏิบัติงานหลังวันที่ 6 มิถุนายน 2556 จะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสัมภาษณ์ดังต่อไปนี้

 

1.กลุ่มผู้ปฏิบัติงานก่อนวันที่ 6 มิถุนายน 2556/ผู้ที่ปฏิบัติงานฯหลัง 6 มิถุนายน 2556 แต่ทำงานสังคมสงเคราะห์เกิน 2 ปี  กลุ่มนี้จะต้องเขียนบทเรียนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ความยาวประมาณ 5-10 หน้า แล้วมาเข้ากลุ่มสุนทรีสนทนารับฟังและต่อยอดความรู้จากสมาชิกกลุ่มโดยแต่ละคนมีโอกาสเล่าบทเรียนของตนเองคนละ 10-15 นาที จนกระทั่งครบจำนวนสมาชิกกลุ่มทุกคนจึงมีโอกาสรอบสองที่จะต่อยอดความคิดเห็นหรือประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากกลุ่มอีกคนละ 5 - 7 นาที โดยม่ีคณะกรรมการประเมิน 3 คน ร่วมรับฟังการสนทนาและให้คะแนน ซึ่งผู้เข้าร่วมกลุ่มสุนทรีย์สนทนาจะผ่านเกณฑ์การประเมินสัมภาษณ์ ที่คะแนนร้อยละ 70

 

เกณฑ์ในการประเมิน ได้แก่

  1. ระบบในการสื่อสาร/ความเชื่อมโยง 20 คะแนน     
  2. ความสามารถในการวิเคราะห์คุ้มค่า ข้อท้าทาย ความน่าสนใจ ความลุ่มลึก 25 คะแนน  
  3. ความคิดเชื่อมโยงที่เป็นบูรณาการในงาน 20 คะแนน
  4. ทัศนคติ/มิติในเชิงจรรยาบรรณต่อตนเอง/วิชาชีพ/ผู้ใช้บริการ/เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมวิชาชีพ 25 คะแนน
  5. รายงาน/การเขียน 10 คะแนน

รวมทั้งหมด 100 คะแนน

 

การเขียนบทเรียนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์เบื้องต้น เริ่มต้นบทความด้วยการแนะนำตนเองและหน่วยงานที่ปฏิบัติงาน ประวัติการทำงานสังคมสงเคราะห์ แรงจูงใจหรือปัจจัยที่ทำให้ท่านเข้าสู่เส้นทางอาชีพนักสังคมสงเคราะห์ บทเรียนที่ท่านได้รับจากการปฏิบัติงานไม่ว่าจะเป็นการใช้ความรู้ทางทฤษฎีสังคมสงเคราะห์  หลักการ ทักษะและ/หรือทัศนคติมุมมองที่เกิดขึ้นจากการทบทวนชีวิตการทำงานซึ่งอาจเขียนโดยยกตัวอย่างจากการปฏิบัติงานเฉพาะราย กลุ่ม ชุมชน และ/หรือนโยบายและการบริการงาน/โครงการต่างๆที่ท่านได้เรียนรู้ บทเรียนอาจเป็นได้ทั้งบทเรียนที่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวหรืออุปสรรคที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีคุณค่าในชีวิตของท่านและมีประโยชน์แก่การแบ่งปันให้เพื่อนร่วมวิชาชีพ (ท่านผู้เขียนสามารถเพิ่มเติมประเด็นอื่นๆตามความเหมาะสมกับประสบการณ์และการปฏิบัติงาน)

 

สำหรัลท่านที่สนใจการสอบสัมภาษณ์แบบกลุ่มหรือที่เรียกว่าสุนทรียสนทนา ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบคำขอสอบสัมภาษณ์ (สวชส.8) ได้ที่<<<<<คลิกที่นี่>>>>> 

ส่งใบคำขอก่อนวันที่ 18 เมษายน 2561 และเข้าร่วมการสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 28 เมษายน 2561 เวลา 8.30-12.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ชั้น 2 บริเวณสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี

 

2.กลุ่มผู้ปฏิบัติงานหลังวันที่ 6 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไปหรือผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์กลุ่มนี้ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาสังคมสงเคราะห์จากสถาบันการศึกษาสังคมสงเคราะห์ที่สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับรองปริญญา ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

 

2.1 เข้าร่วมการประชุมชี้แจงการฝึกปฏิบัติ วันที่ 28 เมษายน 2561 เวลา 13.30-16.00 น. อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ชั้น 2 บริเวณสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี โดยส่งแบบฟอร์มทางออนไลน์ที่นี่ ก่อนวันที่ 18 เมษายน 2561

 

2.2. ยื่นเรื่องขอฝึกปฏิบัติในหน่วยงานสังคมสงเคราะห์เป็นระยะเวลา 240 ชั่วโมงโดยมีอาจารย์นิเทศภาคสนามเป็นผู้มีใบประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต โดยใช้แบบฟอร์ม สวชส. 7 แบบคำขอฝึกปฏิบัติ ได้ที่นี่ <<<<<คลิก>>>>>   และสามารถดาวน์โหลดคู่มือฝึกปฏิบัติได้ที่นี่ <<<<<<<<คลิก>>>>>>>>>

 

2.3 เมื่อผ่านการฝึกปฏิบัติต้องยื่นเรื่องขอสอบสัมภาษณ์โดยนำประสบการณ์จากการฝึกเขียน case review ส่งให้สภาวิชาชีพเพื่อดำเนินการสอบสัมภาษณ์ต่อไป โดยใช้แบบฟอร์ม สวชส. 8 แบบคำขอสอบสัมภาษณ์ <<<<<ดาวน์โหลดได้ที่นี่>>>>>>

 

 เมื่อทั้งสองกลุ่มสอบสัมภาษณ์ผ่านจึงยื่นเรื่องขอขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตซึ่งใบประกอบวิชาชีพแบบนี้มีอายุ 5 ปีโดยสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จะเป็นผู้พิจารณาขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตตามหลักเกณฑ์และคุณสมบัติที่กำหนดไว้

 

การเขียน “บทเรียนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์”

          ผู้ที่สอบผ่านข้อเขียน 2 รายวิชาแล้วและเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ก่อนวันที่ 6 มิถุนายน 2556 มักไถ่ถามเข้ามาว่าในการสอบสัมภาษณ์ด้วยกระบวนการกลุ่มสุนทรีสนทนานั้นต้องเขียนบทเรียนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ความยาว 5- 10 หน้านั้นเขียนอย่างไร

          ขออนุญาตแนะนำการเขียนเบื้องต้นเท่านั้น ท่านผู้เขียนสามารถเพิ่มเติมประเด็นอื่นๆตามความเหมาะสม เริ่มต้นบทความด้วยการแนะนำตนเองและหน่วยงานที่ปฏิบัติงาน ประวัติการทำงานสังคมสงเคราะห์ แรงจูงใจหรือปัจจัยที่ทำให้ท่านเข้าสู่เส้นทางอาชีพนักสังคมสงเคราะห์ บทเรียนที่ท่านได้รับจากการปฏิบัติงานไม่ว่าจะเป็นการใช้ความรู้ทางทฤษฎีสังคมสงเคราะห์  หลักการ ทักษะและ/หรือทัศนคติมุมมองที่เกิดขึ้นจากการทบทวนชีวิตการทำงานซึ่งอาจเขียนโดยยกตัวอย่างจากการปฏิบัติงานเฉพาะราย กลุ่ม ชุมชน และ/หรือนโยบายและการบริการงาน/โครงการต่างๆที่ท่านได้เรียนรู้ บทเรียนอาจเป็นได้ทั้งบทเรียนที่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวหรืออุปสรรคที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีคุณค่าในชีวิตของท่านและมีประโยชน์แก่การแบ่งปันให้เพื่อนร่วมวิชาชีพ

          รอติดตามและแบ่งปันบทเรียนกับทุกท่านคะ พบกัน 30เมษา 59 ที่ห้องประชุมสภาวิชาชีพ ตึกอาทิตย์ทิพอาภา บ้านราชวิถีคะ

 

ดาวน์โหลดกำหนดการประชุมสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์และปฏิทินงานปี 2559

 

ได้ที่ <<<<<คลิกที่นี่>>>>>

 

 

ที่อยู่ที่ติดต่อได้ : สำนักงานสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ตึกอาทิตย์ทิพอาภา ชั้น 2 บริเวณสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี เลขที่ 255 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

เบอร์โทรศัพท์ : 02-050-9427

เบอร์โทรสาร: 02-354-5176 (fax อัตโนมัติ)

เบอร์โทรศัพท์มือถือ: 098-380-1351

E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.">

 

รายละเอียดการสอบประเมินความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต

 

          สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้กำหนดให้มีการประเมินความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตเป็นนักสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต 2 วิธี คือ 1. การขอรับรองมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ (มสค.) 2. การสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์

  1. การขอรับรองมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ เรียกย่อๆ ว่า มสค. ซึ่งวิธีการเข้าสู่ใบประกอบวิชาชีพด้วย มสค.ของผู้ปฏิบัติงานอยู่ก่อนวันที่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและขอรับอนุญาตนั้นจะต้องมาขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตภายใน 4 ปีตามที่ระบุไว้ในบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. 2556เท่านั้น หากล่วงเลยไปกว่านี้จะต้องใช้การสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์

การขอรับรองมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หากท่านที่สนใจจะดำเนินการขอรับรองมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ กรุณาติดต่อ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เลขที่1034 ถนนกรุงเกษม แขวงมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10100 เบอร์โทรศัพท์ 02-659-6180 รายละเอียดเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ <<<<<คลิกที่นี่>>>

2. การสอบข้อเขียนเพื่อประเมินความรู้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตและสอบสัมภาษณ์ สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้กำหนดให้มีการสอบข้อเขียนปีละ 2 ครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนกันยายน (วันเสาร์สุดท้ายของเดือน) 

 การสอบใบอนุญาตด้วยข้อเขียนเป็นการสอบเพื่อวัดประเมินความรู้ของผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้จบปริญญาตรีทางสังคมสงเคราะห์และต้องการจะสมัครเข้ารับราชการหรือในหน่วยงานต่าง ๆ ที่ระบุว่าจะต้องได้ใบอนุญาตแล้ว สภาวิชาชีพจึงมีมติจัดการสอบด้วยข้อเขียน และสัมภาษณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้บัณฑิตใหม่มาสอบภายหลังสำเร็จการศึกษาแล้ว 

การสอบข้อเขียน มี 2 วิชาคือ วิชาหลักคิด ทฤษฎีทางสังคมสงเคราะห์ รวมจริยธรรม และวิชาการปฏิบัติงานทางสังคมสงเคราะห์ ซึ่งจะเป็นความรู้ทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค ข้อสอบจะประกอบด้วยวิชาละ 100 ข้อ เป็นข้อสอบปรนัย 5 ตัวเลือกกรณีผู้สอบข้อเขียนผ่านสามารถเก็บคะแนนได้ตามรายวิชาที่ผ่าน และสอบใหม่หากวิชาใดยังไม่ผ่าน (ภายใน 3 ปี หลังผ่านวิชาแรก) เกณฑ์การสอบข้อเขียนต้องผ่านร้อยละ60 การดำเนินการต่อหลังการสอบข้อเขียนฯผ่านทั้ง 2 วิชาแล้ว สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <<คลิกที่นี่>>

ผู้ที่ต้องการสมัครสอบข้อเขียน ต้องเป็นสมาชิกสามัญก่อน หากยังไม่ได้เป็นสมาชิกสามัญ ให้สมัครสมาชิกสามัญโดยสามารถดาวน์โหลดเอกสาร สวชส.1 เอกสารสำหรับสมัครสมาชิกสามัญ ซึ่งในเอกสารดังกล่าวมีระบุหลักฐานและเอกสารที่ต้องเตรียมไว้แล้ว

 สำหรับผู้ที่บัตรสมาชิกสามัญของสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์หมดอายุ ให้ดาวน์โหลดเอกสาร สวชส.2 แบบคำขอรับบัตรสมาชิกสามัญ ซึ่งในเอกสารดังกล่าวมีระบุหลักฐานและเอกสารที่ต้องเตรียมไว้แล้ว

และหลังจากดำเนินการสมัครสมาชิกสามัญเรียบร้อยแล้ว ให้ดาวน์โหลดเอกสาร สวชส.5 แบบคำขอสมัครสอบเพื่อประเมินความรู้ (ข้อเขียน) เพื่อสมัครสอบข้อเขียน ซึ่งในเอกสารดังกล่าวมีระบุหลักฐานและเอกสารที่ต้องเตรียมไว้แล้ว

โดยเอกสาร สวชส.1 สวชส.2 และสวชส.5 สามารถดาวน์โหลดได้ใน link นี้ <<คลิก>>

ตัวอย่างของขอบเขตเนื้อหาในการสอบข้อเขียน ครั้งที่ 1/2559 <<<<คลิก>>>>

 

หลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ของสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

 

สืบเนื่องจากมาตรา 50 กฎหมายวิชาชีพ ระบุว่า

“ให้บุคคลซึ่งปฏิบัติงานวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตตามมาตรา 28 อยู่ก่อนวันที่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ต้องมาขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตภายในสี่ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด”

สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จึงได้ดำเนินการให้ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ที่ทำงานอยู่แล้วตามมาตรา 28 และเป็นผู้สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาวิชาอื่น ที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ เพื่อให้ได้เข้าสู่การรับรองมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมของนักสังคมสงเคราะห์ (มสค.) โดยสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ร่วมกับสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (กสค.) ได้จัดทำหลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมดังกล่าว 3 หลักสูตร ดังนี้

 

หลักสูตรที่หนึ่ง       หลักสูตรการฝึกอบรมด้านสังคมสงเคราะห์สำหรับบุคคลที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาอื่นที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ไม่ต่ำกว่า 10 ปี (หลักสูตร 48 ชั่วโมง)

 

หลักสูตรที่สอง        หลักสูตรการฝึกอบรมด้านสังคมสงเคราะห์สำหรับบุคคลที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาอื่นที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป - 10 ปี (หลักสูตร 200 ชั่วโมง)

 

หลักสูตรที่สาม       หลักสูตรการฝึกอบรมด้านสังคมสงเคราะห์สำหรับบุคคลที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีในสาขาอื่นที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป - 5 ปี (หลักสูตร 450 ชั่วโมง)

 

 

ขั้นตอนการต่ออายุใบประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต

 

          นับตั้งแต่สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้ประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ต่ออายุใบอนุญาต หลักเกณฑ์การศึกษาต่อเนื่องและวิธีการเก็บหน่วยคะแนน เพื่อการต่ออายุเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต (ดาวน์โหลด) เมื่อปี 2560 และประกาศสภาวิชาชีพฯ ครั้งที่ 1/2560 ว่าด้วยประเภทและอายุใบประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต (ดาวน์โหลด)

 

การต่ออายุใบอนุญาตฯจึงใช้วิธีการที่เรียกว่า “การศึกษาต่อเนื่อง” (ดาวน์โหลดคู่มือการศึกษาต่อเนื่อง) ซึ่งสามารถสรุปกิจกรรมและวิธีการเก็บสะสมคะแนนได้ดังนี้

 

การต่ออายุใบประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 50 หน่วยคะแนน ภายใน 5 ปี

1. การเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถทางวิชาชีพหรือวิชาการ

2. กิจกรรมการพัฒนาบุคลากรหรือพัฒนาวิชาชีพ

3. หลักสูตรการศึกษา การเพิ่มพูนความรู้ หรือหลักสูตรอบรมสังคมสงเคราะห์ระยะสั้น

4. หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ระดับบัณฑิตศึกษา

5. หลักสูตรสังคมสงเคราะห์สาขาวิชาต่างๆ/วุฒิบัตร

 

หลักเกณฑ์การเก็บหน่วยคะแนน

 

หน่วยคะแนนสะสมระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ต่อใบอนุญาตจนถึงใบอนุญาตหมดอายุ หน่วยคะแนนสะสมใช้ต่ออายุได้ครั้งเดียว

1. ความรู้พื้นฐานด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ทักษะ จรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน 30 หน่วยคะแนน

2. ความรู้พื้นฐานทางสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ จิตวิทยา พฤติกรรมศาสตร์และสาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง 10 หน่วยคะแนน

3. ความรู้เพื่อการพัฒนาแนวทางการปฏิบัติงานกับกลุ่มเป้าหมายในงานสังคมสงเคราะห์ 10 หน่วยคะแนน

 

ผู้ประสงค์ต่ออายุใบอนุญาตแนบสำเนาหลักฐานการศึกษาต่อเนื่องตามรายละเอียดในคู่มือการศึกษาต่อเนื่อง แต่หากเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตที่มีอายุเกิน 60 ปี ขึ้นไป จะได้รับการยกเว้นเอกสารหลักฐานดังกล่าว โดยขั้นตอนการต่ออายุใบอนุญาต ให้ดำเนินการดังนี้ และส่งเอกสารมายังสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

 

โดยแนบหลักฐานดังนี้

1. กรอกแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต >>>ดาวน์โหลดแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต

2. รูปถ่าย ๑ นิ้ว ๓ รูป

3. สำเนาหลักฐานการผ่านกระบวนการต่ออายุใบประกอบครั้งที่สอง หลักฐานการเก็บหน่วยคะแนนการศึกษาต่อเนื่อง (ยกเว้นสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตที่อายุเกิน 60 ปี ขึ้นไป)

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

5. ค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาต จำนวน 1,000 บาท โดยโอนเงินไปที่บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาสะพานขาว เลขที่บัญชี 021-015-5825 ชื่อบัญชี สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ และแนบสำเนาหลักฐานการโอนเงินมาพร้อมกับเอกสารอื่น ๆ

 

ขั้นตอนหลังจากสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้รับเอกสารแล้ว

1. สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ตรวจสอบคุณสมบัติและความครบถ้วนของเอกสารเพื่ออนุมัติการต่อใบอนุญาตจากกรรมการสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ (ใช้ระยะเวลา 2 เดือน)

2. ดำเนินการปรับแก้ฐานข้อมูลสมาชิกสามัญและใบประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์และจัดทำบัตรและส่งบัตรให้แก่ผู้ยื่นต่อบัตร (ใช้ระยะเวลา 1 เดือน)

 

           ทั้งนี้การต่อใบประกอบวิชาชีพให้ดำเนินการได้ตั้งแต่ 6 เดือนก่อนหมดอายุใบอนุญาต และไม่สามารถดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตหลังใบอนุญาตหมดอายุ

 

การขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

คุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. เป็นสมาชิกสามัญสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ และ
  2. ผ่านการประเมินความรู้ (การรับรองมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมของนักสังคมสงเคราะห์ (มสค.)) หรือ การสอบข้อเขียนและการสอบสัมภาษณ์ เพื่อประเมินความรู้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

หลักฐานการขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

การขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้ยื่นคำขอต่อเลขาธิการ พร้อมด้วยหลักฐาน ดังต่อไปนี้

  1. แบบคำขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต (สวชส.4) ดาวน์โหลดที่นี่
  2. รูปถ่ายปัจจุบันไม่เกิน 6 เดือน หน้าตรงไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป
  3. หนังสือรับรองจากหัวหน้าหน่วยงานที่แสดงว่าได้ปฏิบัติงานทางสังคมสงเคราะห์ สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ตามมาตรา 28
  4. สำเนาบัตรประจำตัวสมาชิกสามัญสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ จำนวน 1 ฉบับ
  5. สำเนาผลการประเมินความรู้ (สำเนารับรองมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมของ นักสังคมสงเคราะห์ (มสค.) หรือ สำเนาใบรับรองผลการสอบข้อเขียนและการสอบสัมภาษณ์ จำนวน 1 ฉบับ
  6. สำเนาการโอนเงินผ่านธนาคาร

 

ค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

          ค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตในการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต มีดังนี้

1.     ค่าขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต จำนวน 2,000 บาท

2.     ค่าจัดส่งบัตรประจำตัวผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตและใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต จำนวน 30 บาท

ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

          ขั้นตอนการรับสมัครสมาชิกสามัญ และขั้นตอนการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต (แผนภูมิที่ 3)

การขอขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์สำหรับผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ก่อนวันที่ 6 มิถุนายน 2556 และ (แผนภูมิที่ 4) การขอขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์สำหรับผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์วันที่ 6 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป (แผนภูมิที่ 5) มีดังนี้

 

1. ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

แผนภูมิที่ 3ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต

 

 

 

2. การขอขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์สำหรับผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ ก่อนวันที่ 6 มิถุนายน 2556

 

แผนภูมิที่ 4

 

การขนทะเบยนกอน060656

 

หมายเหตุ * หมายถึงเลือกสอบข้อเขียนหรือสอบมสค. อย่างใดอย่างหนึ่ง

 

3. การขอขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์สำหรับผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ วันที่ 6 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป

แผนภูมิที่ 5

 

 

หลักเกณฑ์และวิธีการต่ออายุสมาชิกสามัญ

 

 

หลักเกณฑ์      

ตามข้อบังคับสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ว่าด้วยการเป็นสมาชิก การกำหนดค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก        ค่าบำรุงค่าขึ้นทะเบียนอื่น การเลือกหรือรับเลือกตั้งกรรมการและการประชุมของสภาวิชาชีพ พ.ศ.2556 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 6 มิถุนายน 2556 นั้นได้กำหนดเกี่ยวกับการต่ออายุสมาชิกสภาพและการชำระค่าบำรุงรายปีไว้ ดังนี้

          ข้อ 14 สมาชิกจะขอต่ออายุสมาชิกสภาพและการชำระค่าบำรุงได้ล่วงหน้าภายในสามเดือนก่อนบัตรหมดอายุแต่จะล่าช้ามากกว่าสองเดือนนับจากวันบัตรหมดอายุไม่ได้ ในกรณีนี้ให้ถือว่าสมาชิกสภาพได้สิ้นสุดลงนับแต่วันที่ได้ครบกำหนดชำระ

          ข้อ 15 ในกรณีที่ต้องพ้นจากสมาชิกสภาพไม่ว่าด้วยเหตุใด สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จะไม่คืนค่าบำรุง

          ข้อ 16 เมื่อสมาชิกสภาพสิ้นสุดลง ให้เลขาธิการถอนชื่อจากการเป็นสมาชิก เว้นแต่ผู้นั้นจะมีหนังสือแสดงต่อเลขาธิการว่าการที่ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนเกิดจากความจำเป็นซึ่งมิอาจก้าวล่วงได้และมิใช่ความผิดของตน เช่นการเดินทางไปต่างประเทศ การเจ็บป่วยหรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด

ขั้นตอนต่ออายุสมาชิกสามัญ                                                                                 

1. เมื่อสมาชิกสภาพรายปีใกล้หมดอายุ (3 เดือนก่อนหมดอายุ หรือไม่เกิน 2 เดือนหลังจากบัตรหมดอายุ) ผู้ดำเนินการต่ออายุสมาชิกต้องส่งแบบคำขอ สวชส.2 (แบบคำขอรับบัตรสมาชิกสามัญ)  ดาวน์โหลดที่นี่ พร้อมแนบหลักฐานดังนี้

ก. สำเนาบัตรสมาชิกสามัญใบเดิม

ข. รูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป และ

ค. ชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุสมาชิกสามัญพร้อมแนบสำเนาใบโอนเงินมากับแบบคำขอตามที่อยู่หรือเมล์ที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับบัตรฯ

2. เลขาธิการสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ตรวจสอบคุณสมบัติและความครบถ้วนของเอกสารและการชำระเงินค่าธรรมเนียมเพื่ออนุมัติการต่อบัตรและส่งต่อให้ฝ่ายทะเบียนและดำเนินการจัดทำบัตร

3. ฝ่ายทะเบียนดำเนินการปรับแก้ฐานข้อมูลสมาชิกสามัญและจัดทำบัตรและส่งบัตรสมาชิกสมาชิกสามัญใหม่ให้แก่สมาชิก

 

การเป็นสมาชิกสามัญสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

 

          สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้กำหนดขั้นตอนให้ผู้ที่มีคุณสมบัติขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ

สังคมสงเคราะห์รับอนุญาตได้นั้นต้องดำเนินการดังนี้

1. กลุ่มผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ก่อนวันที่ 6 มิถุนายน 2556  (วันที่ข้อบังคับสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ว่าด้วยหลักเกณฑ์การประเมินความรู้ แบบและประเภทใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตจากสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ มีผลมีบังคับใช้) ซึ่งมี 2 กลุ่มย่อยได้แก่

1.1 กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาสังคมสงเคราะห์

1.1.1 สมัครเป็นสมาชิกสามัญของสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

1.1.2 สามารถเลือกเข้าสู่กระบวนการต่อไป คือ (1) การสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์หรือเลือก   (2) ขอรับรองมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ (เรียกย่อๆ ว่า มสค. ซึ่งวิธีการเข้าสู่ใบประกอบวิชาชีพด้วย มสค.ของผู้ปฏิบัติงานอยู่ก่อนวันที่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและขอรับอนุญาตนั้นจะต้องมาขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตภายใน 4 ปีตามที่ระบุไว้ในบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. 2556เท่านั้น หากล่วงเลยไปกว่านี้จะต้องใช้การสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์)

1.1.3 หากเลือกสอบข้อเขียนต้องสอบผ่านข้อเขียนทั้ง 2 รายวิชาจึงจะไปสู่การสอบสัมภาษณ์แบบกลุ่มที่เรียกว่าสุนทรียสนทนาได้ แต่หากสอบผ่านเพียงวิชาใดวิชาหนึ่งได้ต้องสอบอีกวิชาหนึ่งให้ผ่านใน 3 ปีจึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์ได้ หากไม่สามารถสอบผ่านได้ภายใน 3 ปีต้องสอบใหม่ทุกวิชา เมื่อสอบสัมภาษณ์ผ่านจึงยื่นขอขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตซึ่งใบอนุญาตแบบนี้มีอายุ 5 ปี โดยสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จะเป็นผู้พิจารณาขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตตามหลักเกณฑ์และคุณสมบัติที่กำหนดไว้

1.1.4 หากเลือกขอรับรองมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ (มสค.)นั้นจะต้องดำเนินการตามกระบวนการขอรับรองมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (กสค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กำหนดไว้ เมื่อได้รับรองมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับนักสังคมสงเคราะห์แล้วจึงดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตซึ่งใบอนุญาตแบบนี้จะมีอายุ 3 ปีโดยสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จะเป็นผู้พิจารณาขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตตามหลักเกณฑ์และคุณสมบัติที่กำหนดไว้

1.2 กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาวุฒิอื่น

1.2.1 กลุ่มนี้จะต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรตามประสบการณ์ที่สภาวิชาชีพกำหนดไว้ คือ

ก. หลักสูตรสำหรับผู้มีประสบการณ์การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ 10 ปีขึ้นไปหรือเรียกตามจำนวนชั่วโมงในการอบรมว่า “หลักสูตร 48 ชั่วโมง”

ข. หลักสูตรสำหรับผู้มีประสบการณ์การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ 5 - 10 ปีหรือเรียกว่า              “หลักสูตร 200 ชั่วโมง”

ค. หลักสูตรสำหรับผู้มีประสบการณ์การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ 2 - 5 ปีหรือเรียกว่า                 “หลักสูตร 450 ชั่วโมง”

การอบรมตามหลักสูตรดังกล่าวสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ได้มอบหมายให้สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดการอบรมและสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าอบรมตามหลักสูตรต่างๆ

1.2.2 สมัครเป็นสมาชิกสามัญของสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ เมื่อผ่านการอบรมหลักสูตรที่กำหนดไว้แล้วจึงนำหลักฐานการผ่านการอบรมและหลักฐานอื่นมาสมัครเป็นสมาชิกสามัญของสภาวิชาชีพฯได้

1.2.3 สามารถเลือกเข้าสู่กระบวนการต่อไปคือ (1) การสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์หรือเลือก                (2) ขอรับรองมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ (มสค.) หากเลือกแบบใดก็ดำเนินการตามขั้นตอนเช่นเดียวกับข้อ1.1.3 หรือ 1.1.4  ข้างต้น

2. กลุ่มผู้ปฏิบัติงานหลังวันที่ 6 มิถุนายน 2556 หรือผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ กลุ่มนี้ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาสังคมสงเคราะห์จากสถาบันการศึกษาสังคมสงเคราะห์ที่สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับรองปริญญา

2.1 สมัครเป็นสมาชิกสามัญของสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

2.2 สอบข้อเขียนต้องสอบผ่านข้อเขียนทั้ง 2 รายวิชา แต่หากสอบผ่านเพียงวิชาใดวิชาหนึ่งได้ต้องสอบอีกวิชาหนึ่งให้ผ่านใน 3 ปี หากไม่สามารถสอบผ่านได้ภายใน 3 ปีต้องสอบใหม่ทุกวิชา

2.3 ยื่นเรื่องขอฝึกปฏิบัติในหน่วยงานสังคมสงเคราะห์เป็นระยะเวลา240 ชั่วโมงโดยมีอาจารย์นิเทศภาคสนามเป็นผู้มีใบประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต

2.4 เมื่อผ่านการฝึกปฏิบัติต้องยื่นเรื่องขอสอบสัมภาษณ์โดยนำประสบการณ์จากการฝึกเขียน case review ส่งให้สภาวิชาชีพเพื่อดำเนินการสอบสัมภาษณ์ต่อไป

2.5 เมื่อสอบสัมภาษณ์ผ่านจึงยื่นเรื่องขอขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตซึ่งใบประกอบวิชาชีพแบบนี้มีอายุ 5 ปีโดยสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์จะเป็นผู้พิจารณาขึ้นทะเบียนและรับอนุญาตตามหลักเกณฑ์และคุณสมบัติที่กำหนดไว้

หมายเหตุ: การสมัครสมาชิกสามัญของสภาวิชาชีพนั้นผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

  1. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
  2. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางสังคมสงเคราะห์ศาสตร์หรือปริญญาตรีสาขาอื่นที่สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับรองและผ่านการฝึกอบรม โดยมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง การให้คำปรึกษา แนะนำ การส่งเสริมและการสนับสนุนเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสตามมาตรฐานที่สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์กำหนด
  3. ไม่เป็นผู้ประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับ
  4. ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีที่คณะกรรมการเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับ
  5. ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
  6. ไม่เป็นโรคตามที่กำหนดในข้อบังคับ

เอกสารที่ใช้ประกอบในการสมัครเป็นสมาชิกสามัญของสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

1. แบบ สวชส.1 ดาวน์โหลดที่นี่

2. สำเนาปริญญาบัตรหรือหนังสือรับรองสำเร็จการศึกษาทางสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จำนวน 1 ฉบับ

3. สำเนาวุฒิบัตรผ่านการฝึกอบรมความรู้ด้านสังคมสงเคราะห์เพื่อเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม จำนวน 1 ฉบับ (สำหรับผู้ที่ไม่ได้สำเร็จการศึกษาทางสังคมสงเคราะห์)

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/เจ้าหน้าที่ของรัฐ/อื่นๆ จำนวน 1 ฉบับ สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ

5. สำเนาการเปลี่ยนชื่อสกุล จำนวน 1 ฉบับ (ถ้ามี)

6. รูปถ่ายปัจจุบันไม่เกิน 6 เดือน หน้าตรงไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นดำ ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป

7. ใบรับรองแพทย์ (ที่ระบุไม่เป็น 5 โรคร้ายแรงข้างต้น)

ค่าใช้จ่ายในการสมัครสมาชิกสามัญ

1. ค่าขึ้นทะเบียนสมาชิกแรกเข้า จำนวน 100 บาท         

2. ค่าบำรุงรายปี จำนวน 200 บาท

3. ค่าจัดส่งบัตรสมาชิก จำนวน 20 บาท

วิธีการสมัครสมาชิกสามัญ

1. กรอกแบบฟอร์มขอสมัครเป็นสมาชิกสามัญที่รียกว่าแบบ สวชส.1

2. ชำระเงินได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาสะพานขาว ชื่อบัญชี สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

เลขที่บัญชี 021-0-15582-5 

3. ส่งแบบฟอร์ม เอกสารหลักฐานการสมัครและสำเนาหลักฐานการชำระเงินมาที่ สำนักงานสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ตึกอาทิตย์ทิพอาภา ชั้น 2 บริเวณสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี เลขที่ 255 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์/โทรสาร 02-354-5176 และ โทรศัพท์มือถือ 098-380-1351E-mail:This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ขั้นตอนการรับสมัครสมาชิกสามัญ

ขั้นตอนการรับสมัครสมาชิกสามัญสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ มีดังนี้ (แผนภูมิที่ 2)

แผนภูมิที่ 2 ขั้นตอนการรับสมัครสมาชิกสามัญสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์