1.วิชาหลักคิด ปรัชญา จริยธรรมทางสังคมสงเคราะห์

1.1 แนวคิดทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (20%)

  • มนุษย์และสังคม:
    • สังคมวิทยา (ทฤษฎีโครงสรางหน้าที่ทางสังคม ทฤษฎีการหน้าที่ ทฤษฎีบทบาท ทฤษฎีความขัดแย้ง ทฤษฎีปรากฏการณ์นิยม ทฤษฎีประทับตรา ทฤษฎีปฏิสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ การเคลื่อนไหวทางสังคม เครือข่ายทางสังคม และการสนับสนุนทางสังคม ฯลฯ)
    • มานุษยวิทยา (ทฤษฎีวัฒนธรรมและบุคลิกภาพ ทฤษฎีการแพร่กระจายทางวัฒนธรรม ทฤษฎีความก้าวหน้าทางวัฒนธรรม บรรทัดฐานทางสังคม ฯลฯ)
    • รัฐศาสตร์ (ระบบการเมือง การปกครอง สถาบันทางสังคม การกระจายอํานาจ ฯลฯ)
    • เศรษฐศาสตร์ (ระบบเศรษฐกิจ อุปสงค์ – อุปทาน)
    • จิตวิทยา (ทฤษฎีพฤติกรรม จิตวิทยาพัฒนาการ ทฤษฎีความผูกพัน ความสามารถในการฟื้นตัว ความสามารถในการเผชิญปัญหา (Coping Skills) ทฤษฎีการปรับตัว (Adjustment Theory)
    • นิเวศวิทยา ฯลฯ
    • นิยัตินิยม พฤติกรรมนิยม มนุษยนิยม
    • พหุวัฒนธรรม
    • ความเป็นธรรมทางสังคม
    • ภาวะก่อนทันสมัย (Pre – modern), ภาวะทันสมัย (Modern), ภาวะหลังทันสมัย (Post – modern)
    • ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Social Change Theory)
    • ทฤษฎีการพัฒนา (Development Theory)
    • ทฤษฎีสตรีนิยม, แนวคิดเกี่ยวกับเพศภาพ

1.2 สถานการณ์ทางสังคมและปัญหาทางสังคม (15%)

  • สถานการณ์/ปัญหาสังคม
    • สถานการณ์รอบตัวที่มีความเกี่ยวข้องกับวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
    • สถานการณ์ทางสังคม และแนวโน้มทางสังคมทั้งในและต่างประเทศ
    • ปัญหาทางสงัคม ทั้งในและต่างประเทศ

1.3 ปรัชญาฐานคิดทางสังคมสงเคราะห์ (20%)

  • ปรัชญาฐานคิดทางสังคมสงเคราะห์
    • ฐานคิดและกระบวนทัศน์ที่ช่วยให้เข้าใจงานสังคมสงเคราะห์ และสวัสดิการสังคม โดยมีกรณีตัวอย่างเชิงสถานการณ์
    • แนวคิดทฤษฎีที่นักสังคมสงเคราะห์นํามาใช้ในการปฏิบัติงาน เช่น สิทธิมนษุยชน การมีส่วนร่วม ความเป็นธรรมทางสังคม การกระจายทรัพยากร บริการทางสังคม (social services) สวัสดิการสังคม (social welfare) การพัฒนาสังคม (social development) รัฐสวัสดิการ (welfare state) เครือข่ายการคุ้มครองทางสังคม (social safety net & social protection floor)
    • กรณีตัวอย่างเชิงสถานการณ์ที่สะท้อนแนวคิดและแนวทางการทํางานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม
    • พลวัตของงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมทั้งในและต่างประเทศ

1.4 จริยธรรมทางวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ (15%)

  • จริยธรรมทางวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
    • ค่านิยมและหลักการของวิชาชีพสังคมสงเคราะห์
    • จรรยาบรรณทางวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ : ต่อตนเอง ต่อวิชาชีพ ต่อผู้ใช้บริการ (บุคคล กลุ่ม ชุมชน) ต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพ และผู้ร่วมงานในวิชาชีพอื่น ต่อองค์กรที่สังกัด และต่อสังคม
    • ข้อบังคับจรรยาบรรณ
    • โครงสร้างทางสังคมในการหล่อหลอมจริยธรรมและพิทักษ์สิทธิคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์

1.5 การเสริมพลังอํานาจทางสังคมสงเคราะห์ (15%)

  • การเสริมพลังอํานาจ
    • องค์ความรู้ แนวคิด แนวทางการเสริมพลังอํานาจในระดับต่าง ๆ ผ่านกรณีตัวอย่างที่สะท้อนบทบาทการทํางานเสริมพลังอํานาจของนักสังคมสงเคราะห์

1.6 กฎหมายที่เกี่ยวของกับงานสังคมสงเคราะห์ (15%)

  • กฎหมายที่เกี่ยวของ
    • กฎหมายวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ และกฎหมายทางสังคมที่มีความเกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายวาด้วยการคุ้มครองเด็ก กฎหมายว่าด้วยการคุมมครองผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพดติด กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิต กฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครวัฯ กฎหมายว่าด้วยค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนษุย์ กฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พันธกรณี/ข้อตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับงานสังคมสงเคราะห์ ฯลฯ

2.การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์

2.1 กระบวนการและวิธีการทํางาน

  • กระบวนการและวิธีการทํางาน
    • กระบวนการและวิธีการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ เช่น การสืบค้นข้อเท็จจริง การประเมินสภาวะ การวางแผน การดำเนินการ การประเมินสภาวะซ้ํา การติดตามประเมินผล และกรณีตัวอย่างเชิงสถานการณ์ถึงบทบาทและทางเลือกของนักสังคมสงเคราะห์ ทั้งในระดับจุลภาค มัชฌิมภาค มหภาค
    • วิธีการทํางานที่สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น การสังคมสงเคราะห์เฉพาะราย สังคมสงเคราะห์กลุ่มชน การทํางานกับชุมชน
    • การวิจัย
    • การบริหารและนโยบายทางสังคม

2.2 การให้การปรึกษาทางสังคมสงเคราะห์ (15%)

  • การให้การปรึกษา
    • การให้การปรึกษา : หลักการ ทฤษฎี ทักษะ และเทคนิคในการให้การปรึกษา เช่น ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ทฤษฎีการให้การปรึกษายึดบุคคลเป็นศูนย์กลาง Gestalt Theory, Behavioral Theory, Cognitive Behavioral Therapy (CBT), Solution–Focused Brief Therapy, Satir’s Model ทฤษฎีแรงจูงใจ ฯลฯ

2.3 เครื่องมือทางสังคมสงเคราะห์ (10%)

เครื่องมือที่สําคัญ จําเป็น และหน้าที่ของเครื่องมือทางสังคมสงเคราะห์ประเภทต่าง ๆ ทั้งในและนานาประเทศ

  • เครื่องมือที่สําคัญ
    • แบบประเมินกาย จิต สังคม
    • แบบประเมินความเสี่ยง
    • แบบประเมินครอบครัว
    • แบบประเมินความต้องการ
    • แบบประเมินบัญชีปัญหาทางสังคม
    • Family Tree
    • ECO Map
    • Genogram
    • Timeline
    • Life Plan/ Contract Plan
    • IDP/IEP/IRP
    • แบบทดสอบจิตวิทยา เช่น แบบทดสอบความเครียด
    • เครื่องมือประเมินเฉพาะลักษณะงาน เช่น แบบประเมินการทํางานด้านเด็ก แบบประเมินการทํางานด้านยาเสพติด แบบประเมินการทํางานด้านผู้สูงอายุ ฯลฯ
    • เครื่องมือการทํางานในชุมชน เช่น การศึกษาชุมชน แผนที่เดินดิน ปฏิทินฤดูกาล ฯลฯ
    • เครื่องมือการทํางานกลุ่ม
    • ฯลฯ

2.4 เทคนิค ทักษะในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ (25%)

  • เทคนิค ทักษะในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์
    • ผ่านสถานการณ์การทํางานของนักสังคมสงเคราะห์ในกรณีที่แตกต่างกัน ผ่านการทํางานกับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ที่เป็นเนื้องานของนักสังคมสงเคราะห์ในปัจจุบัน
    • ทักษะพื้นฐาน ได้แก้การสร้างสัมพันธภาพทางวิชาชีพ การสัมภาษณ์การเยี่ยมบ้าน การบันทึก การสังเกต การส่งเรื่องต่อ การยุติเรื่อง การประสานงาน การบริหารความขัดแย้ง การทํางานกับกลุ่มเป้าหมายตามช่วงวัย
    • ทักษะอื่น ๆ ที่จําเป็น เช่น ทักษะการสื่อสาร ทักษะการป้องกันตนเอง ทักษะการทํางานกับกลุ่มเป้าหมาย ทักษะการวิจัย เป็นตน

2.5 การจัดการรายกรณี (10%)

ความหมาย บทบาทการทํางาน วิธีการทํางานในฐานะผู้จัดการรายกรณีในการทํางานเพื่อให้ความคุ้มครองผู้ใช้บริการ การทํางานกับทีมสหวิชาชีพและการประสานทรัพยากรที่จําเป็น

ดูทั้งหมด 9,090 ครั้ง, ดูวันนี้ 234 ครั้ง