หมวด ๑ การเป็นสมาชิก
ข้อ ๕ สมาชิกสามัญต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐ ดังต่อไปนี้
(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ หรือปริญญาตรีสาขาอื่นที่สภาวิชาชีพรับรอง และผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ประกาศกำหนดโดยมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง การให้คำปรึกษา แนะนำ การส่งเสริมและการสนับสนุนเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี และปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของเวลาทั้งหมดเว้นแต่กรณีเป็นบุคคลซึ่งปฏิบัติงานวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตตามมาตรา ๒๘ อยู่ก่อนวันที่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามมาตรา ๕๐ 
การกำหนดวันรับสมัคร และวิธีการสมัคร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
(๒) ไม่เป็นผู้ประพฤติเสียหายซึ่งจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามมาตรา ๑๐ (๓) ได้แก่ เคยถูกไล่ออกหรือถูกปลดออกฐานกระทำความผิดวินัยร้ายแรงจากองค์กรภาครัฐ เอกชน
(๓) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ในคดีที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามมาตรา ๑๐ (๔) ได้แก่ บุคคลซึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและได้ถูกจำคุกจริงในทุกฐานความผิด เว้นแต่เป็นความผิดที่กระทำโดยประมาท หมิ่นประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(๔) ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ได้แก่ วัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคติดยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ข้อ ๖ สมาชิกวิสามัญต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๒ และมีกิจกรรมในเรื่องต่าง ๆอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) ป้องกันแก้ไขปัญหาให้แก่บุคคล ครอบครัว กลุ่มคนหรือชุมชน ให้กระทำหน้าที่ทางสังคมและดำรงชีวิตได้อย่างปรกติสุข
(๒) ให้ความช่วยเหลือทางสังคมหรือบริการทางสังคม
(๓) คุ้มครองสิทธิ ให้คำปรึกษาแนะนำ ส่งเสริม และการสนับสนุนเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคมข้อ ๗ สมาชิกสมทบต้องเป็นบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
(๒) อยู่ระหว่างการศึกษาในระดับปริญญาทางด้านสังคมสงเคราะห์ หรือสาขาอื่นที่สภาวิชาชีพ
สังคมสงเคราะห์รับรอง หรือสำเร็จการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรีทางด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ หรือ
(๓) เป็นผู้ปฏิบัติงานหรือเป็นอาสาสมัครที่ทำงานเกี่ยวกับงานสังคมสงเคราะห์ หรือด้านอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
(๔) ไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕ (๒) (๓) และ (๔)
 

งานทะเบียนสมาชิกและการต่อใบอนุญาต สภาวิชาชีพมีภารกิจที่สำคัญ ดังนี้คือ
     1) ข้อบังคับ ประกาศ ระเบียบ กฎเกณฑ์ เกี่ยวกับทะเบียนและการต่อใบอนุญาต
     2) บัตรสมาชิก (ต่ออายุ/ชำรุด/เสียหาย)
     3) ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
     4) ต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (กรณีหมดอายุ)
     5) ใบแทนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (กรณีชำรุดและสูญหาย)
     6) แก้ไขใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (กรณีเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล)
     7) แปลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
     8) การขอตรวจสอบสถานภาพของผู้ประกอบวิชาชีพ

อ่านแล้ว 1474 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วันอาทิตย์, 16 มีนาคม 2557 16:09
ให้คะแนนบทความนี้
(1 ผู้ให้คะแนน)
อ.สมศักดิ์ นัคลาจารย์

อ.สมศักดิ์ นัคลาจารย์

คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
18/18 ถ.บางนา-ตราด กม.18
ต.บางโฉลง อ.บาพลี
จ.สมุทรปราการ
10540

เว็บไซต์: facebook.com/paewsak
ลงทะเบียนเข้าเว็บก่อนแสดงความเห็น

หมวดหมู่ข้อมูล

เนื้อหา/ข้อมูล/บทความ