คำถามเกี่ยวกับสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

     ถาม-ตอบ คำถามที่มักถูกถามบ่อยในเรื่องเกี่ยวกับสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ซึ่งมีคำถามที่สำคัญ ดังนี้คือ

1.สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

               สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์เป็นองค์กรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคล เป็นองค์กรวิชาชีพตาม พระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. 2556 ให้ทำหน้าที่ดูแล จัดการบริหารเพื่อควบคุมและกำกับมาตรฐานการปฏิบัติงานและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ เสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต อันนำไปสู่การพัฒนาระบบบริการให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการในที่สุด
               พระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ.2556 เกิดจากความร่วมมือของคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย สถาบันการศึกษาที่ผลิตบัณฑิตสังคมสงเคราะห์ (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ) รวมทั้งบุคลากรหลายฝ่าย ที่ได้ร่วมมือกันผลักดันให้เกิดกฎหมายวิชาชีพ โดยมีเจตนารมณ์ร่วมกัน ดังนี้ คือ
วิชาชีพสังคมสงเคราะห์ มีองค์ประกอบครบถ้วนในการยกระดับสู่ความเป็นวิชาชีพที่เทียบเคียงกับวิชาชีพอื่นๆ ได้แก่ องค์ความรู้ทางวิชาชีพ อันมีแนวทาง มาตรฐานและเครื่องมือเป็นหลักเกณฑ์ของการปฏิบัติงาน มีองค์กรวิชาชีพที่เป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อน มีจรรยาบรรณกำกับให้เกิดความถูกต้องในการทำงาน เมื่อมีองค์ประกอบพร้อมก็สามารถจัดให้เกิดองค์กรสภาวิชาชีพขึ้น ภายใต้เจตนารมณ์ดังกล่าว

2.การเปิดอาเซียนจะส่งผลต่อสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์อย่างไร

               การเปิดอาเซียนจะส่งผลให้สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ต้องปรับตัวขนานใหญ่ เพราะปัจจุบันในกลุ่มประเทศอาเซียน มีฟิลิปปินส์ และไทยที่มีการพัฒนาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ถึงขั้นที่มีใบประกอบวิชาชีพแล้ว ดังนั้นไทยจึงเป็นหนึ่งในสองประเทศที่แวดวงสังคมสงเคราะห์ในกลุ่มประเทศอาเซียนอื่นๆให้ความสนใจ ติดตามดูพัฒนาการและความก้าวหน้า
สิ่งที่สภาวิชาชีพต้องปรับตัวคือ การพัฒนาโครงสร้างและบทบาทการทำงานของสภาวิชาชีพให้มีความเข้มแข็ง ทั้งประเด็นการสร้างมาตรฐาน การสร้างการยอมรับของสังคมต่อวิชาชีพ การจัดระบบในการออกใบอนุญาตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล การจัดการสื่อสารแลกเปลี่ยนบทเรียนเพื่อเสริมพลังกันและกันในกลุ่มวิชาชีพอาเซียน เป็นต้น

3.การสอบเพื่อขอขึ้นทะเบียนวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ เราจะสอบได้อย่างไร และอะไรเป็นตัวชี้วัด

               การสอบเพื่อขอขึ้นทะเบียนวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ในปัจจุบันมีวิธีการหลักคือ
               1) การประเมิน 3 ระดับ ได้แก่ การได้รับการประเมินฐานความรู้ แนวทางการทำงาน ทักษะ จรรยาบรรณผ่านการประเมินของผู้บังคับบัญชา การประเมินจากเพื่อนร่วมงาน การประเมินตนเอง หากผ่านการประเมิน 3 ระดับต้องมีคะแนนเกิน 70%
               2) การจัดทำ Case Review เพื่อทบทวนบทเรียนจากการทำงานของนักสังคมสงเคราะห์ และนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรและมาตรฐาน กสค. เพื่อเข้าสู่กระบวนการประเมินแนวคิด แนวทางการทำงานว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ หากได้รับการประเมินและรับรองมาตรฐานแล้ว ผู้นั้นจะต้องไปขึ้นทะเบียนต่อสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการขอใบอนุญาตต่อไป

               อย่างไรก็ตามขณะนี้สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์กำลังวางแนวทางใหม่ ในเรื่องการใช้วิธีการสอบวัดฐานความรู้ วิธีการทำงาน ทักษะ ทัศนคติและจรรยาบรรณ เพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์ได้มีการพัฒนาความรู้ทุกด้านอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยวิธีการสอบจัดเป็นวิธีการมาตรฐานของหลายประเทศในการประเมินความรู้ ความสามารถของนักสังคมสงเคราะห์ และสภาวิชาชีพไทยมีแนวทางจะผลักดันการสอบใบอนุญาตในระยะแรก ภายในปี 2557 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาชุดข้อสอบที่เหมาะสมในอนาคต

4.ถ้าสอบใบประกอบวิชาชีพไม่ผ่าน จะสามารถเป็นนักสังคมสงเคราะห์ได้หรือไม่

               กฎหมายวิชาชีพกำหนดว่า นักสังคมสงเคราะห์สามารถปฏิบัติงานได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของนักสังคมสงเคราะห์ที่ได้ใบอนุญาตแล้ว  ทั้งนี้ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ คือ หน่วยงานภาครัฐที่มีนักสังคมสงเคราะห์เพียงคนเดียว จำเป็นที่นักสังคมสงเคราะห์นั้น จะต้องรีบเข้าสู่กระบวนการขอรับใบอนุญาตโดยเร็ว เพราะหากถึงเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ ภายในสี่ปี (เดือนมกราคม 2560) กฎหมายกำหนดให้นักสังคมสงเคราะห์ ตามมาตรา 28(1) (2) (3) ต้องเป็นนักสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต จึงจะสามารถปฏิบัติงานได้ตามกฎหมาย

5.สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์และสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร

               สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ เป็นองค์กรนิติบุคคลทางกฎหมาย ทำหน้าที่ควบคุมและกำกับมาตรฐาน จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ทำหน้าที่ออกใบอนุญาตเพื่อกำกับและพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานของผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ทำหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆในเครือข่ายงานสังคมสงเคราะห์ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพ
สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวของนักสังคมสงเคราะห์ในการพัฒนาองค์ความรู้ การเพิ่มพูนสมรรถนะทางวิชาชีพ เสริมทักษะและ  เทคนิคใหม่ๆที่จะเสริมพลังนักสังคมสงเคราะห์ให้มีความก้าวหน้า สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยทำหน้าที่ในการประชุม อบรมวิชาการ รับฟังความคิดเห็นต่อวิชาชีพ และพัฒนาความสามัคคีในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

6.ถ้าได้ใบประกอบวิชาชีพแล้ว จะสามารถนำไปใช้อะไรได้บ้าง

               ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต สามารถปฏิบัติงานในสายงานสังคมสงเคราะห์ได้อย่างถูกกฎหมาย สามารถได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสายงานสังคมสงเคราะห์ ตามกฎหมายต่างๆ สามารถปฏิบัติงานตามกฎหมายวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ มาตรา 28 ได้ และในอนาคตเมื่อเราสามารถมีกระบวนการออกใบอนุญาตที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับในทางสากล ผู้ได้ใบประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต จะได้รับการยอมรับ มีศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ สมคุณค่าการเป็นวิชาชีพ

7.ถ้าไม่ได้จบสังคมสงเคราะห์ จะสอบใบประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้หรือไม่

               ถ้าไม่ได้จบวุฒิทางสังคมสงเคราะห์ แต่ปฏิบัติงานอยู่ในบทบาทหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการขอรับใบอนุญาตได้ โดยท่านต้องผ่านการอบรมหลักสูตรกลางตามช่วงระยะเวลาที่มีประกาศกำหนดก่อน เช่น
               1) มีประสบการณ์การทำงาน 10 ปีขึ้นไป ต้องผ่านการอบรม 48 ชั่วโมง
               2) มีประสบการณ์การทำงาน 5-10 ปี ต้องผ่านการอบรม 200 ชั่วโมง
               3) มีประสบการณ์การทำงาน 1-5 ปี ต้องผ่านการอบรม 450 ชั่วโมง
               เมื่อได้ผ่านการอบรมหลักสูตรกลางแล้ว ก็จะต้องเข้าสู่ระบบการประเมินมาตรฐานการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ (มสค.) ก่อน จึงจะขอขึ้นทะเบียนสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตได้และสามารถทำงานตามกฎหมายได้ต่อไป

8.การสอบใบประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ต้องมีประสบการณ์ก่อนหรือไม่ หรือว่าเรียนจบแล้วไปสอบได้เลย

               บัณฑิตจบใหม่ทางสังคมสงเคราะห์สามารถสมัครเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพได้เลย ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ และสามารถสมัครเข้าสอบใบประกอบวิชาชีพทางสังคมสงเคราะห์ได้ ถ้าตนเองมีความพร้อมที่จะผ่านการสอบฐานความรู้ที่สภาวิชาชีพจะดำเนินการจัดสอบ
               อาจมีคำถามว่าทำไมบัณฑิตจบใหม่ไม่สามารถผ่านการสอบใบประกอบวิชาชีพด้วยวิธีการประเมินมาตรฐานและการเสนอ case review แต่กลับต้องไปผ่านการสอบแทน ทั้งนี้ก็เพราะนักสังคมสงเคราะห์ที่จบใหม่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานกับผู้ใช้บริการทางตรง ดังนั้นการประเมินจากฐานความรู้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสอบใบอนุญาตของบัณฑิตใหม่ อย่างไรก็ตามกระบวนการจัดสอบยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ นักสังคมสงเคราะห์ที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ก็สามารถใช้เวลาภายหลังการจบไปเรียนรู้ ดูงานและเข้าร่วมในกรระบวนการให้บริการโดยตรง อันจะเป็นประโยชน์ในการเพิ่มพูนประสบการณ์และความรู้ในการทำงานของตนเองต่อไป

9.เราจะมีส่วนร่วมกับสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้อย่างไรบ้าง

               สามารถมีส่วนร่วมกับสภาวิชาชีพได้หลายลักษณะ เช่น
               1) การเข้าร่วมทำงานกับตัวแทนที่เป็น Node ของแต่ละจังหวัด ในการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์งานสภาวิชาชีพ
               2) การสมัครใจเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงานแต่ละส่วนของสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ซึ่งจะมาร่วมคิด ร่วมแสดงความคิดเห็นและร่วมตัดสินใจด้วยกัน เป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาองค์กรสภาวิชาชีพ และที่สำคัญกว่านั้นคือการพัฒนานักสังคมสงเคราะห์ให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีคุณภาพต่อไป
               3) การช่วยสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ เป็นการชี้แจงต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพ ให้มีความเข้าใจร่วมกันต่อไป

10.ถ้าจบจากคณะอื่นที่ไม่ใช่สังคมสงเคราะห์จะขอใบประกอบวิชาชีพได้หรือไม่ และที่บอกว่าจะต้องมีประสบการณ์

                  การทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์มากกว่า 10 ปีขึ้นไป จะสามารถลดเวลาให้เหลือ 5 ปีหรือตามอายุที่ทำงานมาได้ไหม ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่าถ้าจบจากคณะอื่นที่ไม่ใช่สังคมสงเคราะห์ แต่ทำงานในตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ ก็ต้องผ่านกระบวนการดังที่กล่าวแล้วในข้อ 7 จึงจะขอใบประกอบวิชาชีพได้ แต่กรณีที่ไม่ได้จบวุฒิสังคมสงเคราะห์ และไม่ได้ทำงานในตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ กฎหมายฉบับนี้สงวนสิทธิไว้สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์เท่านั้น
               การเสนอขอลดระยะเวลาจาก 10 ปีเป็น 5 ปีนั้น ยังไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ เพราะข้อเสนอเดิม เป็นข้อกำหนดจากคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรและมาตรฐาน ในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ และมาจากหลักเหตุผลที่ว่าเพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์ที่มีอายุงานต่างกันได้มีการพัฒนาผ่านการอบรมในหลักสูตรที่เข้มข้นต่างกัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อวิชาชีพและผู้ปฏิบัติงานทั้งเก่าและใหม่ในที่สุด

11.จะมีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้บุคคลที่มีประสบการณ์การทำงานเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปีแล้ว ได้เข้าสู่กระบวนการรับการประเมินในเรื่องวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ และในเรื่องระยะเวลาที่พบ.ออกมาจะต้องรับรองให้ได้ภายใน 4 ปี และการประเมิน มสค.จะทำได้ตามระยะเวลาที่กำหนดได้หรือไม่

               ผู้ที่มีประสบการณ์เกิน 10 ปีแล้วสามารถเข้าสู่กระบวนการรับการประเมินในเรื่องวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้เลย เมื่อตนเองมีความพร้อม และสามารถติดตามวันเวลาในการจัดการประเมินมาตรฐานได้ทั้งทางเว็บไซต์ และเฟสบุ๊ค ของสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย รวมทั้งจากหน่วยงานต้นสังกัดของท่าน
               การรับรองมาตรฐานและออกใบอนุญาตภายในเวลา 4 ปีตามที่กฎหมายกำหนดนั้น เป็นภาระหน้าที่ร่วมกันของหลายองค์กรที่ร่วมมือกันทำงาน และนักสังคมสงเคราะห์ผู้ขอรับการประเมินเองนั้น ก็ต้องเร่งเตรียมตนเองเข้าสู่กระบวนการขอรับใบอนุญาต. ทั้งในรูปแบบการประเมินการปฏิบัติงาน และรูปแบบของการสอบ ซึ่งจะมีการแจ้งรายละเอียดในภายหลัง สภาวิชาชีพฯมีความมั่นใจว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันและมีความพร้อม ก็จะทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้รับใบอนุญาตตามมาตรฐานในที่สุด

12.เราจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง ถ้าเราได้ใบประกอบวิชาชีพแล้ว

               ประโยชน์สูงสุดจะอยู่ที่ผู้ใช้บริการ ที่จะได้ระบบบริการที่ดี ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีคุณภาพ ในทางสวัสดิการส่วนตัว สภาวิชาชีพต้องร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดต่างๆ ของนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อหารือถึงโอกาสในการได้เงินประกอบวิชาชีพเช่นเดียวกับวิชาชีพ อื่นๆ ทั้งนี้เป็นขั้นตอนที่จะมีการดำเนินการร่วมกันต่อไป เพราะต้องมีการปฏิบัติตามข้อกฎหมายและความเป็นไปได้จริงของระบบงบประมาณในอนาคต

13.นักศึกษาจะมีส่วนช่วยในสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ได้อย่างไรบ้าง

               การเข้ามาเป็นอาสาสมัครในการทำงานของสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสร้างความร่วมมือของผู้ประกอบวิชาชีพในสาขาต่างๆ และการสร้างสรรค์โครงการต่างๆ ตามนโยบายการพัฒนาสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์

14.ถ้าเราสอบเป็นนักสังคมสงเคราะห์รับอนุญาตไม่ได้ในครั้งแรก จะทำอย่างไรต่อไป แล้วจะมีผลต่อการสมัครงานที่ใหม่หรือไม่

               ถ้ายังสอบใบอนุญาตไม่ได้ในช่วงเวลา 4 ปีตามบทเฉพาะกาลของกฎหมายวิชาชีพ ก็ยังสามารถทำงานได้ โดยมีผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ดูแลและควบคุมการทำงาน แต่การจะมีผลต่อการสมัครงานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงานโดยเฉพาะภาครัฐจะกำหนดคุณสมบัติของนักสังคมสงเคราะห์ที่จะรับใหม่อย่างไร ในส่วนองค์กรภาคเอกชนอาจจะไม่มีผลกระทบมากนัก เนื่องจากกฎหมายวิชาชีพไม่ครอบคลุมถึงภาคเอกชน

15.ถ้ามี พรบ.วิชาชีพสังคมสงเคราะห์แล้วจะทำให้นักสังคมสงเคราะห์ที่อยู่ในองค์กรต่างๆ ได้รับการยอมรับจากสหวิชาชีพอื่นได้จริงหรือไม่ อย่างไร

               การมีพ.ร.บ.วิชาชีพสังคมสงเคราะห์เป็นพื้นฐานที่แสดงว่ากฎหมายยอมรับวิชาชีพแล้ว แต่การที่วิชาชีพจะได้รับการยอมรับจากสหวิชาชีพอื่นหรือไม่ ขึ้นกับการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์จำนวนมากที่มีระบบ มาตรฐาน มีการแสดงออกถึงความสามารถในการทำงานอย่างมีอัตลักษณ์ ซึ่งเป็นการแข่งขันกับตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมในขณะเดียวกัน

 

.......................................

 

 

อ่านแล้ว 6600 ครั้ง ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ วันจันทร์, 17 มีนาคม 2557 13:04
ให้คะแนนบทความนี้
(2 ผู้ให้คะแนน)
อ.สมศักดิ์ นัคลาจารย์

อ.สมศักดิ์ นัคลาจารย์

คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
18/18 ถ.บางนา-ตราด กม.18
ต.บางโฉลง อ.บาพลี
จ.สมุทรปราการ
10540

เว็บไซต์: facebook.com/paewsak
ลงทะเบียนเข้าเว็บก่อนแสดงความเห็น

หมวดหมู่ข้อมูล

เนื้อหา/ข้อมูล/บทความ