ผลสำรวจระดับชาติ ชี้แนวโน้มเชิงบวก นักสังคมสงเคราะห์ไทยพร้อมดึง AI เป็น ผู้ช่วย ยกระดับบริการสังคม ควบคู่จุดยืนด้านจริยธรรมที่เข้มแข็ง
สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ โดย ฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ ขอเชิญชวนนักสังคมสงเคราะห์ทุกท่านร่วมเจาะลึกผลสำรวจระดับชาติจากเสียงสะท้อนของผู้ปฏิบัติงานกว่า 808 คนทั่วประเทศ ใน รายงานการสำรวจการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ในประเทศไทย
ข้อสังเกตสำคัญที่น่าสนใจและสะท้อนศักยภาพของวิชาชีพเรา
- นักสังคมสงเคราะห์มอง AI เป็น ผู้ช่วย เพื่อเพิ่มเวลาดูแลผู้คน
มีทัศนคติเชิงบวกต่อการทำงานร่วมกับ AI โดยมองเห็นศักยภาพว่า AI จะเป็นผู้ช่วยสำคัญในการลดภาระงานเอกสาร และเพิ่มเวลาให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถโฟกัสกับการให้คำปรึกษาและดูแลผู้ใช้บริการได้อย่างเต็มที่มากขึ้น
- ความระมัดระวังที่สะท้อนมาตรฐานจริยธรรมที่เข้มแข็ง
แม้การนำ AI มาใช้งานจริงในปัจจุบันจะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ข้อมูลเชิงลึกชี้ให้เห็นว่า สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากการต่อต้านเทคโนโลยี แต่มาจากความตระหนักรู้อย่างลึกซึ้งในประเด็น จริยธรรมและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ สิ่งนี้ยืนยันว่านักสังคมสงเคราะห์ไทยยึดมั่นในความปลอดภัยและสิทธิของผู้รับบริการเป็นอันดับแรก
- ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้เท่าทัน AI (AI Literacy) ในระดับปานกลาง โดยจุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดคือ การเข้าใจถึงความสามารถและข้อจำกัดของ AI ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังสะท้อนความพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนการจัดทำแนวปฏิบัติ จัดสรรเครื่องมือ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนำ AI มาใช้ในงานสังคมสงเคราะห์อย่างปลอดภัย มีจริยธรรม และยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง
Your browser does not support PDFs. Download the PDF .